พูดเก่งอย่างเดียวไม่พอ: การฟังอย่างเข้าใจที่ทำให้ได้ใจคน

พูดเก่งอย่างเดียวไม่พอ: ทำไมคนที่ฟังเก่งถึงได้ใจคนมากกว่า

การฟังอย่างเข้าใจเป็นทักษะที่หลายคนมองข้าม เพราะเรามักคิดว่าคนที่ได้รับความไว้วางใจคือคนที่พูดเก่ง ลองนึกถึงคนที่คุณเชื่อใจที่สุดในที่ทำงานดูนะคะ เขาอาจไม่ใช่คนที่พูดเก่งที่สุด แต่เป็นคนที่ทำให้เรารู้สึกว่า คุยด้วยแล้วเขาเข้าใจ บทความนี้ชวนมาดูว่าคนที่ฟังเป็นทำอะไรต่างออกไป และเราจะเริ่มฝึกได้อย่างไร

ทำไมพูดเก่งอย่างเดียวไม่พอ?

คนพูดเก่งทำให้คนอื่นรู้สึกทึ่ง แต่คนที่ฟังเป็นทำให้คนอื่นรู้สึกว่าตัวเองมีตัวตน และความรู้สึกแบบหลังนี้เอง ที่ทำให้คนอยากอยู่ด้วยและอยากทำงานด้วยในระยะยาว
หลายองค์กรลงทุนให้พนักงานพูดเก่งขึ้น นำเสนอเก่งขึ้น และโน้มน้าวได้ดีขึ้น แต่การฟังกลับไม่ค่อยถูกสอนอย่างจริงจัง ทั้งที่การฟังเป็นทักษะที่ช่วยสร้างความไว้ใจได้อย่างรวดเร็ว

เมื่อหัวหน้าให้คำตอบ แต่ไม่ได้ฟัง จะเกิดอะไรขึ้น?

ลูกทีมอาจได้คำตอบที่ถูกต้อง แต่ไม่รู้สึกว่าได้รับการรับฟัง และเมื่อเกิดซ้ำ ความไว้ใจในทีมจะค่อยๆ บางลง
ลองนึกถึงหัวหน้าคนหนึ่งที่พรีเซนต์เก่งมาก พูดในที่ประชุมเมื่อไร ทุกคนตั้งใจฟัง แต่เมื่อลูกทีมมาปรึกษาปัญหาส่วนตัว หัวหน้ากลับรีบให้คำแนะนำทันที ทั้งที่ยังฟังไม่จบ ลูกทีมเดินออกจากห้องพร้อมคำตอบที่ถูกต้อง แต่ในใจยังรู้สึกว่าไม่ได้พูดในสิ่งที่อยากพูดจริงๆ
เรื่องแบบนี้เกิดได้ในหลายองค์กร ทีมได้คำตอบมากขึ้น แต่ความไว้ใจกลับบางลง เพราะคำตอบที่ถูก ไม่สามารถแทนความรู้สึกว่ามีคนเข้าใจเราได้

คนที่ฟังเป็นทำอะไรต่างจากคนอื่น?

คนที่ฟังเป็นไม่ได้ทำอะไรซับซ้อน แต่ใส่ใจสามเรื่อง คือความรู้สึกของอีกฝ่าย สิ่งที่เขาต้องการจริงๆ และคำตอบที่ตรงกับความต้องการนั้น หลายคนเรียกทักษะนี้ว่า Empathy หรือการเข้าอกเข้าใจผู้อื่น
เริ่มจากการรับรู้ว่าอีกฝ่ายรู้สึกอย่างไรก่อนจะรีบตอบ ไม่ได้ฟังแค่เนื้อหา แต่ฟังอารมณ์ที่อยู่ในคำพูดด้วย
จากนั้นจึงตั้งใจเข้าใจว่าอีกฝ่ายต้องการอะไรกันแน่ เพราะบางครั้งสิ่งที่พูดออกมา กับสิ่งที่ต้องการจริงๆ ก็ไม่ใช่เรื่องเดียวกัน
และเมื่อฟังจนเข้าใจแล้ว จึงค่อยตอบด้วยสิ่งที่ตรงกับความต้องการนั้น ไม่ใช่คำแนะนำที่เราอยากให้ แต่เป็นสิ่งที่อีกฝ่ายพร้อมจะรับ เมื่อเป็นแบบนี้ อีกฝ่ายจะรู้สึกได้ว่ามีคนเข้าใจเขาจริงๆ

เริ่มฝึกการฟังอย่างเข้าใจได้อย่างไร?

ครั้งต่อไปที่มีคนมาคุยด้วย ลองช้าลงสักนิดก่อนตอบ แล้วถามตัวเองสั้นๆ ว่า "ตอนนี้เขารู้สึกอย่างไร" ก่อนจะรีบหาทางแก้ แค่นี้บทสนทนาก็เปลี่ยนไปได้มาก
การฟังที่ดีไม่ได้แปลว่าต้องเงียบตลอดเวลา แต่หมายถึงการตอบในจังหวะ และด้วยสิ่งที่อีกฝ่ายต้องการจริงๆ นี่คือสิ่งที่ทำให้คนที่ฟังเป็น ได้ใจคนมากกว่าคนที่พูดเก่งเพียงอย่างเดียว

คำถามที่พบบ่อย

การฟังอย่างเข้าใจคืออะไร?
คือการฟังที่ใส่ใจทั้งเนื้อหาและความรู้สึกของอีกฝ่าย เพื่อเข้าใจว่าเขาต้องการอะไรจริงๆ ก่อนจะตอบ

ทำไมหัวหน้าที่พูดเก่งจึงอาจไม่ได้ใจลูกทีม?
เพราะการรีบให้คำแนะนำก่อนฟังจบ ทำให้ลูกทีมได้คำตอบ แต่ไม่รู้สึกว่าได้รับการรับฟัง

การฟังที่ดีต้องเงียบตลอดไหม?
ไม่จำเป็น การฟังที่ดีคือการตอบในจังหวะและด้วยเนื้อหาที่ตรงกับสิ่งที่อีกฝ่ายต้องการ

สรุป

คนพูดเก่งอาจทำให้คนอื่นประทับใจ แต่คนที่ฟังเป็นทำให้คนอื่นรู้สึกว่ามีตัวตน ถ้าอ่านจบแล้วนึกถึงใครสักคนที่อยากฟังเขาให้ลึกกว่าเดิม นั่นคือจุดเริ่มต้นเล็กๆ
ของ Miracle ในตัวคุณค่ะ

การรับฟังกันเป็นหัวใจทั้งในทีมและในครอบครัว Miracle Life Coach ร่วมเดินทางกับองค์กรและครอบครัว ผ่านงานอบรมพัฒนา Soft Skills การโค้ช
และการจัดทำธรรมนูญครอบครัว โดยโค้ชใหญ่ (จันทนา เชาวน์วิจิตร) และ โค้ชฉัตร (ร่มฉัตร พัฒนศิริ บุญเจริญ)

สำหรับองค์กรที่อยากพัฒนาการฟังในทีม ดูรายละเอียดหลักสูตร Deep Listening to the Soul ศิลปะการฟังระดับจิตวิญญาณ
และ The Power of Empathy พลังแห่งการเข้าอกเข้าใจ หรือหากอยากชวนทีมหรือครอบครัวของคุณมาเรียนรู้ร่วมกันพูดคุยกับเราได้ที่

Mobile & Line: 084 943 1133
Website: miraclelifecoach.pro