เพื่อนร่วมงานไม่ได้ตั้งใจร้าย: ความต้องการเบื้องหลังพฤติกรรม

เพื่อนร่วมงานที่ร้ายที่สุด อาจไม่ได้ตั้งใจร้าย — เข้าใจความต้องการเบื้องหลังพฤติกรรม

ความต้องการเบื้องหลังพฤติกรรมคือสิ่งที่คนคนหนึ่งกำลังพยายามได้มาผ่านการกระทำของตัวเอง และพฤติกรรมที่น่ารำคาญที่สุดในที่ทำงานก็มักไม่ได้มาจากความตั้งใจร้าย แต่มาจากความต้องการที่ทุกคนมีเหมือนกัน คำถามที่ควรถามจึงไม่ใช่ "ทำไมเขาเป็นแบบนี้" แต่คือ "พฤติกรรมนี้กำลังพยายามตอบสนองอะไรอยู่" บทความนี้ชวนดูว่าความต้องการแบบไหนซ่อนอยู่หลังพฤติกรรมที่กวนใจ และจะรับมือด้วยความเข้าใจแทนความรำคาญได้อย่างไร

ทำไมพฤติกรรมที่น่ารำคาญที่สุดอาจไม่ได้มาจากความตั้งใจร้าย?

เพราะเบื้องหลังพฤติกรรมที่ทำให้คนอื่นหงุดหงิด มักมีความต้องการบางอย่างซ่อนอยู่ ซึ่งไม่ต่างจากสิ่งที่เราทุกคนต้องการ เพียงแต่เขาเลือกวิธีแสดงออกที่ทำให้คนรอบข้างอึดอัด

เพื่อนร่วมงานคนหนึ่งมักพูดแทรกกลางที่ประชุม ทุกครั้งที่มีคนพูดถึงหัวข้อที่เขาเคยทำมาก่อน เขาจะแทรกทันทีว่า "อันนี้ผมเคยทำมาแล้วนะ" จนคนอื่นไม่มีโอกาสพูดให้จบ ทีมเริ่มมองว่าเขาไม่มีมารยาท และเลี่ยงชวนเขาคุยเรื่องสำคัญ

แต่ถ้าสังเกตดีๆ จะเห็นว่าเขาแทรกบ่อยที่สุดตอนหัวข้อใกล้เคียงกับงานที่เขาเคยทำ เหมือนอยากให้ทีมรู้ว่าเขามีความรู้เรื่องนี้ ความต้องการที่ซ่อนอยู่จึงอาจไม่ใช่ความไม่มีมารยาท แต่คือความต้องการให้คนอื่นเห็นคุณค่าของตัวเอง เมื่อเพื่อนร่วมทีมคนหนึ่งเปลี่ยนจากการเลี่ยง มาเป็นชวนเขาแชร์ความเห็นตั้งแต่ก่อนเริ่มประชุม เขาก็พูดแทรกน้อยลงมาก เพราะได้พื้นที่ตั้งแต่ต้นแล้ว ไม่ต้องแย่งจังหวะพูดอีก

ความต้องการที่ซ่อนอยู่หลังพฤติกรรมมีอะไรบ้าง?

ส่วนใหญ่เป็นความต้องการที่เป็นสากล เช่น การถูกมองเห็น ความปลอดภัย ความเป็นธรรม และการรู้สึกว่าตัวเองมีความหมายต่อคนรอบข้าง ทุกคนมีสิ่งเหล่านี้เหมือนกัน ต่างกันแค่วิธีที่แต่ละคนเลือกแสดงออก

ลูกทีมคนหนึ่งมักหาเหตุผลปฏิเสธงานใหม่ทุกครั้ง เมื่อหัวหน้าชวนคุยเรื่องงานใหม่ เขาตอบทันทีว่า "ตอนนี้งานเดิมก็เยอะอยู่แล้ว" หรือ "ไม่ค่อยถนัดเรื่องนี้" ทีมเริ่มมองว่าเขาขี้เกียจ แต่ความต้องการที่ซ่อนอยู่อาจเป็นความมั่นคง เขาอาจกลัวว่าถ้าทำงานใหม่แล้วพลาด จะเสียภาพลักษณ์ที่สร้างมานาน เมื่อหัวหน้าเปลี่ยนจากการสั่งงานตรงๆ เป็น "งานนี้อยากให้ทำดู ถ้าติดตรงไหนมาคุยกันได้เสมอ" เขาก็ตอบรับงานในที่สุด เพราะรู้สึกว่ามีที่พึ่งถ้าพลาด

ตัวอย่างอื่นที่พบบ่อยในที่ทำงาน คนที่ชอบเถียงแทบทุกเรื่องในที่ประชุม อาจกำลังต้องการความเป็นธรรมและกลัวถูกมองข้าม คนที่ตรวจงานคนอื่นซ้ำแล้วซ้ำเล่า อาจต้องการความมั่นใจว่าทุกอย่างจะออกมาถูกต้อง และลูกค้าที่บ่นทุกจุด ก็อาจแค่ต้องการความมั่นใจว่าเงินที่จ่ายไปคุ้มค่าจริง

ทำไมเราจึงมักตัดสินจากพฤติกรรมก่อน?

เพราะพฤติกรรมมองเห็นได้ทันที ส่วนความต้องการเบื้องหลังต้องใช้ความพยายามคิดต่ออีกขั้นถึงจะเห็น เราจึงมักเลือกทางลัดที่เร็วกว่า ทั้งที่ทางลัดนั้นมักนำไปสู่ความหงุดหงิดมากกว่าความเข้าใจ

เมื่อเริ่มมองเห็นความต้องการที่ซ่อนอยู่ จุดเริ่มต้นทางอารมณ์ก็เปลี่ยนไป จากความหงุดหงิดที่มองว่า "เขาเป็นคนแบบนี้" กลายเป็นความเข้าใจว่า "เขากำลังพยายามได้อะไรบางอย่าง" น้ำเสียงที่ใช้คุยกันก็มักเปลี่ยนตาม จากน้ำเสียงกระแทกหรือเหน็บแนม เป็นน้ำเสียงที่ตรงไปตรงมาแต่ไม่มีความรำคาญแฝงอยู่ และเมื่อทำแบบนี้ซ้ำๆ ความสัมพันธ์ในทีมก็ค่อยๆ เปลี่ยน จากที่เคยหลบหน้ากัน กลายเป็นพร้อมคุยกันตรงๆ มากขึ้น

วิธีเริ่มง่ายๆ คือครั้งหน้าที่เจอพฤติกรรมที่ทำให้หงุดหงิด ให้ถามตัวเองเงียบๆ ก่อนว่า "พฤติกรรมนี้กำลังพยายามตอบสนองความต้องการอะไรอยู่" แค่คำถามนี้ก็มักช่วยลดความรู้สึกอยากตอบโต้ทันทีได้มาก และหลักการเดียวกันนี้ใช้ย้อนมองตัวเองได้ด้วย เช่น พฤติกรรมของเราที่เคยมีคนบ่นว่าน่ารำคาญ ตอนนั้นเรากำลังพยายามตอบสนองความต้องการอะไรอยู่

เข้าใจความต้องการแล้ว ต้องยอมทุกอย่างไหม?

ไม่ใช่ การเข้าใจความต้องการเบื้องหลังไม่ได้แปลว่าต้องปล่อยผ่านพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม ยังพูดตรงๆ เพื่อขอให้เปลี่ยนได้เหมือนเดิม เพียงแต่พูดด้วยความเข้าใจแทนความรำคาญ

เช่น แทนที่จะพูดกับเพื่อนร่วมงานที่ชอบพูดแทรกว่า "ช่วยมีมารยาทหน่อย" อาจพูดว่า "อยากฟังประสบการณ์ของคุณเรื่องนี้นะ ขอให้คนนี้พูดจบก่อน แล้วเดี๋ยวต่อด้วยคุณ" ซึ่งยังขอให้เปลี่ยนพฤติกรรมเหมือนเดิม แต่ไม่ทำให้อีกฝ่ายรู้สึกว่าถูกปฏิเสธคุณค่า

และถ้าพูดตรงๆ ไปหลายครั้งแล้วพฤติกรรมยังไม่เปลี่ยน ก็ไม่จำเป็นต้องอดทนต่อไปเรื่อยๆ บางครั้งสิ่งที่ต้องทำคือตั้งขอบเขตให้ชัดเจนขึ้น หรือส่งต่อเรื่องให้หัวหน้าดูแล

คำถามที่พบบ่อย

ความต้องการเบื้องหลังพฤติกรรมคืออะไร?
คือสิ่งที่คนคนหนึ่งกำลังพยายามได้มาผ่านการกระทำของตัวเอง เช่น การถูกมองเห็น ความมั่นคง หรือความเป็นธรรม ซึ่งมักซ่อนอยู่หลังพฤติกรรมที่เราเห็นภายนอก

รับมือเพื่อนร่วมงานที่ทำให้หงุดหงิดอย่างไรดี?
เริ่มจากถามตัวเองว่าพฤติกรรมนั้นกำลังพยายามตอบสนองความต้องการอะไร แล้วค่อยพูดตรงๆ ด้วยความเข้าใจ เช่น ให้พื้นที่กับสิ่งที่เขาต้องการ ควบคู่กับการขอให้เปลี่ยนพฤติกรรม

ถ้าพูดแล้วเขายังไม่เปลี่ยน ควรทำอย่างไร?
ตั้งขอบเขตให้ชัดเจนขึ้น หรือส่งต่อเรื่องให้หัวหน้าดูแล การเข้าใจความต้องการไม่ได้แปลว่าต้องอดทนต่อไปเรื่อยๆ

สรุป

พฤติกรรมที่น่ารำคาญที่สุดมักเป็นเพียงวิธีที่ไม่ค่อยได้ผลในการขอสิ่งที่ทุกคนต้องการเหมือนกัน ถ้าอ่านจบแล้วนึกถึงพฤติกรรมล่าสุดของใครสักคนที่ทำให้คุณหงุดหงิด แล้วทบทวนดูว่าเบื้องหลังพฤติกรรมนั้น เขาอาจกำลังต้องการอะไรอยู่ นั่นคือจุดเริ่มต้นเล็กๆ ของ Miracle ในตัวคุณค่ะ

การมองให้เห็นความต้องการเบื้องหลังพฤติกรรมช่วยให้คนเข้าใจกันมากขึ้น ทั้งในทีมและในครอบครัว Miracle Life Coach ร่วมเดินทางกับองค์กรและครอบครัว ผ่านงานอบรมพัฒนา Soft Skills การโค้ช และการจัดทำธรรมนูญครอบครัว โดยโค้ชใหญ่ (จันทนา เชาวน์วิจิตร) และโค้ชฉัตร (ร่มฉัตร พัฒนศิริ บุญเจริญ)
สำหรับองค์กรที่อยากให้ทีมเข้าใจกันและทำงานร่วมกันได้ราบรื่นขึ้น ดูรายละเอียดหลักสูตร The Power of Empathy พลังแห่งการเข้าอกเข้าใจ และ Building Collaborative Team Excellence สร้างทีมเป็นเลิศด้วยพลังความร่วมมือ หรือหากอยากชวนทีมหรือครอบครัวของคุณมาเรียนรู้ร่วมกัน

พูดคุยกับเราได้ที่ 📱 💬 084 943 1133 | 🌐 https://miraclelifecoach.pro/